สวัสดีครับเพื่อนๆๆชาวเฟสบุ๊คครับผมขอแนะนำบล็อกที่รวบรวมผลงานหนังสือนิทานอีบุ้ค (e-book) หรือหนังสือนิทานอิเล็กทรอนิกส์ ผลงานทั้งหมดจัดทำขึ้นโดยนักศึกษาที่เรียนในรายวิชา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสานสนเทศเพื่อการศึกษา สอนโดย อาจารย์อัจฉริยะ วะทา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยบล็อกนี้มีชื่อว่า atinno.blogspot.com
มีหนังสือนิทานอีบุ้คที่เป็นฝีมือของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ในหลายๆ สาขาวิชา หลายเรื่องน่าอ่านและสามารถโหลดเก็บไว้หรือนำไปสอนได้ด้วยนะครับ
นอกจากนี้ก็ยังรวมผลงานการจัดทำบล็อกของนักศึกษาแต่ละสาขาวิชา จัดทำเพื่อเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับความรู้ที่น่าสนใจไว้มากมาย
อย่าลืมนะครับ เป็นเว็บที่อยากจะแนะนำ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะทำหนังสือแบบทำมือและทำเป็นอีบุ้ค (e-book) ด้วย อย่าลืมบล็อก atinno.blogspot.com ถ้าทุกคนอยากมีสื่อการเรียนการสอนที่ดีไว้ใช้ในอนาคตข้างหน้าละก็ต้อง atinno.blogspot.com เท่านั้นนะครับ..ฝากไว้ด้วยแล้วกันทุกๆคน ถ้ามีปัญหาไม่เข้าใจหรือสงสัยอะไรก็ติดต่อที่ผมได้นะครับ
นายศักดิ์สิทธิ์ กงเพชร Facebook saksit gongpet ฝากด้วยนะครับขอบคุณครับ
วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555
ประวัติย่อครูสลา
ชื่อ-นามสกุล : สลา คุณวุฒิ
ที่อยู่ปัจจุบัน : ซ.ชยางกูร 21 จ.อุบลราชธานี
เวปไซต์ส่วนตัว , บล๊อก : http://www.kroosala.org/A>
สลา คุณวุฒิ ศิลปินครูประพันธ์เพลงแนวลูกทุ่งอิสาน ภูมิลำเนาเดิมจังหวัดอุบลราชธานี เป็นทั้งนักร้องนักดนตรีและเป็นโปรดิวเซอร์เพลง และได้มีนักร้องหลายท่านนำเพลงประพันธ์ของครูสลาไปออกเป็นเทปแผงสู่ท้องตลาด ได้แก่มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ไมค์ ภิรมย์พร, ศิริพร อำไพพงษ์, ต่าย อรทัย
หลักประจำใจที่ครูสลาใช้เป็นแนวทางในการแต่งเพลงที่ไพเราะกินใจผู้ฟัง มีอยู่ 5 ประการ 1. ขึ้นต้นต้องโดนใจ 2. เนื้อในต้องคมชัด 3. ประหยัดคำไม่วกวน 4. ทำให้คนฟังนึกว่าเป็นเพลงของเขา 5. จบเรื่องราวประทับใจศิลปินนักร้องครูประชาบาล ที่เป็นที่รู้จักกันในนาม "เทียนก้อม" ในอดีตที่สร้างสรรค์เพลงสะท้อนชีวิตครูและนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร ชนบทภาคอีสาน ปัจจุบันเป็นผู้สร้างสรรค์บทเพลง และกลอนลำที่แสนประทับใจหลาย ๆ กลอน ให้กับนักร้องลูกทุ่งดังหลาย ๆ คน เช่น มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ศิริพร อำไพพงษ์ ไมค์ ภิรมย์พร และคนอื่น ๆ อีกมากมายครับ ก็ขอแสดงความยินดีกับครูสลาในปี 2545 กับการสร้างสรรค์ผลงานได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากเนื้อร้องเพลง ด้วยแรงแห่งรัก
ชื่อจริง : สลา คุณวุฒิ
วัน-เดือน-ปีเกิด : 2 เมษายน
การศึกษา : ศศ.บ. (บริหารการศึกษา) ภูมิลำเนา : บ้านนาหมอม้า จังหวัดอำนาจเจริญ
บิดาชื่อ : นายบุญหลาย คุณวุฒิ มารดาชื่อ : นางก้าน คุณวุฒิ
ชักนำเข้าสู่วงการ : พ.ศ. 2525 โดยคุณปัญญา คุณวุฒิ, คุณวิทยา กีฬา และคุณรุ่งเพชร แหลมสิงห์
ผลงานที่สร้างชื่อ : ล้างจานในงานแต่ง ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์ , น้ำตาหล่นบนโต๊ะจีน หัวใจลอยตัว ขับร้องโดย ไมค์ ภิรมย์พร, กระทงหลงทาง ขับร้องโดย ไชยา มิตรชัย จดหมายผิดซอง ขับร้องโดย มนต์สิทธิ์ คำสร้อย และล่าสุดกระหึ่มอยู่ในขณะนี้คือ ปริญญาใจ ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์
ผลงานเพลงเกียรติยศ : ใต้ฟ้าเดียวกัน แต่งให้ ไมค์ ภิรมย์พร ขับร้องหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ปัจจุบัน : ลาออกจากการเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านดอนชี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มาเป็นนักแต่งเพลงอย่างเต็มตัวแล้ว
ที่อยู่ปัจจุบัน : 196 ซอยยางกูร 21 ถนนชยางกูร อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์ (045) 312187 , 01-8763523
ชื่อจริง : สลา คุณวุฒิ
การศึกษา : ศศ.บ. (บริหารการศึกษา) ภูมิลำเนา : บ้านนาหมอม้า จังหวัดอำนาจเจริญ
บิดาชื่อ : นายบุญหลาย คุณวุฒิ มารดาชื่อ : นางก้าน คุณวุฒิ
ชักนำเข้าสู่วงการ : พ.ศ. 2525 โดยคุณปัญญา คุณวุฒิ, คุณวิทยา กีฬา และคุณรุ่งเพชร แหลมสิงห์
ผลงานที่สร้างชื่อ : ล้างจานในงานแต่ง ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์ , น้ำตาหล่นบนโต๊ะจีน หัวใจลอยตัว ขับร้องโดย ไมค์ ภิรมย์พร, กระทงหลงทาง ขับร้องโดย ไชยา มิตรชัย จดหมายผิดซอง ขับร้องโดย มนต์สิทธิ์ คำสร้อย และล่าสุดกระหึ่มอยู่ในขณะนี้คือ ปริญญาใจ ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์
ผลงานเพลงเกียรติยศ : ใต้ฟ้าเดียวกัน แต่งให้ ไมค์ ภิรมย์พร ขับร้องหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่อยู่ปัจจุบัน : 196 ซอยยางกูร 21 ถนนชยางกูร อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์ (045) 312187 , 01-8763523
ประวัติอัลโต แซกโซโฟน
อดอล์ฟ แซก (Adolphe Sax) มีชื่อจริงว่า Antoine - Joseph Sax แต่คนทั่วไปเรียนเขาว่า
Adolphe Sax เป็นชาวเบลเยียมเกิดที่เมืองดินานท์ (Dinant)
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ 1814 บิดาชื่อ ชาร์ล โจเซฟ แซก (Charles Foseph Sax) เป็นนักดนตรีเป่าฟลูตและคลาริเน็ต
นอกจากนี้แล้วบิดาของเขายังมีโรงงานประดิษฐ์เครื่องดนตรี โดยเฉพาะเครื่องลมไม้และเครื่องทองเหลืองอยู่ที่เมืองดินานท์อีกด้วย
ประมาณปี ค.ศ. 1815 บิดาเขาได้ย้ายโรงงานไปอยู่ที่กรุงปรัสเซลส์
อดอล์ฟ แซก ได้เรียนรู้และได้รับการถ่ายทอดวิชาซ้อมและประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากบิดา
ในขณะเดียวกันอดอล์ฟ แซก ยังได้ศึกษาดนตรีที่สถาบันดนตรีแห่งกรุงบริสเซลส์
โดยเรียนเป่าฟลูตและคลาริเน็ตในปีค.ศ. 1830 อดอล์ฟแซก
ได้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีของเขาเป็นครั้งแรก โดยมีฟลูตและคลาริเน็ตซึ่งทำด้วยงาช้าง
แสดงในงานนิทรรศการเครื่องดนตรีที่กรุงปรัสเซลส์ ในปี ค.ศ. 1838 เขาได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ในการประดิษฐ์เบสคลาริเน็ต ระหว่างปี ค.ศ. 1840-1841
เขาได้ประดิษฐ์แซกโซโฟนและได้นำออกแสดงในงานนิทรรศการเครื่องดนตรีที่กรุงปรัสเซลส์ในปี
ค.ศ. 1841 แต่คณะกรรมการไม่ได้มอบรางวัลให้แก่เขาเลยโดยอ้างว่าอายุยังน้อย
ในที่สุดเขาได้ย้ายไปตั้งร้านซ่อมและประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่กรุงปารีสใน ค.ศ. 1842
ร้านของเขาได้รับความนิยมมากที่สุดในยุโรปโดยเฉพาะเครื่องลมไม้และเครื่องทองเหลืองในสมัยนั้น
ในระหว่างปี
ค.ศ. 1842-1845 เขาได้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีตระกูลทองเหลือง
เรียกว่า แซกฮอร์น และได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ที่กรุงปารีส ในปี ค.ศ. 1845 ในขณะเดียวกันเขาพยายามพัฒนาแซกโซโฟนจนสมบูรณ์และได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ในปี
ค.ศ 1846 ที่กรุงปารีส อดอล์ฟ แซก
ได้ชื่อว่าเป็นครูสอนแซกโซโฟนคนแรกของโลก
โดยเริ่มสอนที่สถาบันดนตรีแห่งกรุงปารีสในปี ค.ศ. 1857 เป็นเวลา
13 ปี เขาเสียชีวิตในวันที่ 4 กุมภาพันธ์
ค.ศ. 1894 ที่กรุงปารีสเมื่อมีอายุ 80 ปี
(สุกรี เจริญสุข,2529:1)
วง BACTERIA ศศบ ปี 2 เอกดนตรี ราชภัฏสารคาม
นี้คือ วง BACTERIA ซึ่งพวกเขาได้แต่งเอง ทำเอง ร้องเอง ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ ปี 2 เอกดนตรีสากล
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ก็ลองฟังๆๆดูนะครับ ซึ่งพวกเขาได้เขียนไว้เกียวกับเนื้อหาเพลงนี้
เนื้อหาเพลงนี้มิได้มีเจตนาเหยียดแต่อย่างใด แต่ออกมาจากใจผู้ที่ถูกกระทำจากคนที่เรารัก.......สุดใจ
เจ้าของผลงานนอมรับทุกคำติชม แนะนำ หากมีสิ่งใดล่วงเกิน ก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ
ส่วนแสดงความคิดเห็น ก็มีคนแสดงความคิดเห็น
*เจ็บ โดนๆๆ สู้ๆๆๆ
*เพลงเพราะ เสียงดีมากๆ
ผ ช ดีก็มีเยอะ
ทอมดีก็ มีเยอะ
ไม่ได้ชอบทอมค่ะ แต่มแฟนเป็นทอม
และมีคนชอบในเพลงนี้อีกมากมายก็ลองฟังดูนะครับ
ประวัติย่อ ทองใส ทับถนน : เพลงพิณสนั่นทุ่ง
เมืองอุบลถิ่นนักปราชญ์มากด้วยศิลปินหลากหลายสาขา
หนึ่งในจำนวนนั้นต้องยกให้ครูทองใสทับถนน
ผู้ที่วาดลีลาดีดพิณลีลาลายพิณโบราณพริ้วไหวสนั่นทุ่งแห่งวง “เพชรพิณทอง”
ครูทองใส
ทับถนน เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2490 ที่บ้านหนองกินเพล ตำบลหนองกินเพล
อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของนายปิ่น และนางหนู
ทับถนนโดยสืบเชื้อสายศิลปินจากนายปิ่นผู้เป็นพ่อซึ่งมีความสามารถด้านหมอลำพื้นบ้าน
และการแสดงหนังบักตื้อ (หนังปราโมทัย)
ครูทองใส ทับถนนเริ่มฝึกดีดพิณเมื่ออายุ 4 ปี โดยมีครูบุญ บ้านท่างอย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
เป็นผู้ฝึกสอนการดีดพิณเป็นคนแรก จนอายุได้ 8 ปี
จึงได้เล่นพิณประกอบคณะหมอลำของนายปิ่น ทับถนน ผู้เป็นพ่อ
จากนั้นจึงได้เรียนรู้ลายพิณโบราณกับครูบุญชู โนนแก้ว แห่งบ้านโนนสังข์
อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ศิลปินมือพิณพื้นบ้านตาพิการ เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงได้ตระเวนเล่นดนตรีกับคณะหมอลำปิ่น
ทับถนนเรื่อยมา
มาดูเรื่องของเสียงนะครับ
เรื่องเสียงเป็นศาสตร์สาขาหนึ่งทางวิทยาศาสาตร์ เรียกว่า สวนศาสตร์ (สะ วะ นะ สาด) หรือ Acoustics หมายถึง วิชาที่ว่าด้วยเรื่องเสียง เนื่องจากดนตรีมีความสัมพันธ์กับเสียงโดยตรง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์เบื้องต้นที่เกี่ยวกับเสียง โดยเฉพาะอย่างในการเรียนวิชาทษฎีดนตรี ซึ่งมีแง่คิดทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ วัตถุใดที่สั่นสะเทือนใด้ก็จะเกิดเสียง เมื่อวัตถุสั่นสะเทือนจะทำให้เกิดการอัดตัวและการขยายตัวของคลื่นเสียง ซึ่งถูกส่งไปยังหูโดยผ่านชั้นบรรยากาศ ดังนั้นเสียงที่ได้ยินก็เป็นผลจากการที่คลื่นเสียงถูกส่งจากวัตถุที่สั่นสะเทือนไปยังหู เสียงที่ใด้ยินจะเป็นเสียงสูงเสียงต่ำ เสียงดัง เบา หรือมีคุณภาพเสียงในลักษณะต่างๆ อย่างไรนั่น จะชึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดเสียง และจำรอบต่อวินาทีของการสั่นสะเทือนที่ทำให้เกิดเสียงนั่น เสียงแต่ละเสียงมีคุณสมบัติซึ่งสามารถแยกแยะได้ดังนี้
1. ระดับเสียง หมายถึง ระดับเสียงสูงต่ำ เราสามารถเปรียบเทียบเสียง 2 เสียงได้ว่าเสียงใดมีระดับเสียงสูงกว่า เสียงใดมีระดับเสียงต่ำก่วา
2. ความเข้มเสียง หมายถึง เสียงเบาดัง ความเข้มเสียงเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียง ถ้าวัตถุสั่นมาก เสียงก็จะดังมาก ถ้าสั่นน้อย เสียงก็จะเบา
3. สีสันเสียง หมายถึง เสียงที่มาจากแหล่งกำเนิดเสียงต่างๆกัน เช่น เสียงเปียโน เสียงกีตาร์ เสียงพูด เสียงเคาะประตู เสียงกริ่ง เสียงลม เสียงร้อง ฯลฯ คลื่นเสียงที่เกิดจากแหล่งที่มีสีสัน
รายการ THE Voice Thailand
รายการนี้เป็นรายการประกวดร้องเพลง เป็นรายที่เปิดโอกาศให้คนทั่วประเทศใด้แสดงความสามารถโดยการใช้เสียง ได้เปิดโอกาศให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันร้องเพลง เพียงแค่คุณมีอายุระหว่าง 16-60 ปีจะมาเป็นคู่หรืดเดี่ยวก็ได้ และไม่มีพันธะกับค่ายเพลงไม่สนใจเรื่องหน้าตาและสัดส่วน
ผมชอบรายการนี้มาก เป็นรายการที่ดีก็อยากให้ทุกคนลองเปิดรายการนี้ดูนะครับ นี้คือส่วนหนึ่งของการประกวดครับ ชอบพี่คนนี้มากเสียงดีมาก กล้าแสดงออกตลกดี พี่เขากล้ามากครับ เวลาที่พี่เขาร้องเพลง พี่เขาเป็นตัวของตัวเอง และอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบคือ ท่อนที่พี่เขาร้อง... นิดหนึง...ฮ่าๆๆชอบมากเลย
การดูแลแซกโซโฟน
ควรมีวิธีการปฏิบัติและดูแลบำรุงรักษาตามขั้นตอนดังนี้
1. การถอดประกอบเครื่องเครื่องดนตรีในตระกูลแซกโซโฟนจะมีวิธีถอดประกอบที่เหมือนกัน
โดยในขณะที่ถอดหรือประกอบเครื่องพยายามอย่าออกแรงกดลงบนกลไกนิ้วเสียงหรือเดือยกลไกทั้งนี้เพื่อป้องกันการโค้งงอของน๊อตเดือยและกลไกนิ้วเสียงด้านข้างควรทาขี้ผึ้งที่ส่วนข้อต่อทุกครั้งก่อนเริ่มประกอบเครื่องและต้องปรับสายคล้องคอให้พอดีกับความต้องการตรวจสอบความมั่นคงและแน่นของสกรู
(Screw) ยึดข้อต่อและไม่ลืมคลายออกทุกครั้งที่ถอดเก็บ
2. การวางลิ้น
ควรใส่ปลอกรัดลิ้นเข้าไปก่อนแล้วสอดลิ้นเข้าไปทีหลังเพื่อป้องกันการบิ่นหรือฉีกขาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะเดียวกันควรสวมปลอกกำพวดทุกครั้งที่วางเครื่องปกติ
3. การทำความสะอาดต้องทำความสะอาดกำพวดทุกครั้งที่ใช้งานด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างทุกครั้งที่ใช้งาน
ถอดข้อต่อส่วนบน (Neck) ออกสะบัดน้ำออกให้หมดแล้วใช้ผ้าใส่ปลายที่ใหญ่กว่าดึงกลับไป-มาให้แห้งสนิทสะบัดให้น้ำและความชื้นออกทางปลายด้านเล็กใส่ผ้าทำความสะอาดโดยเฉพาะโดยสอดตุ้มถ่วงทางด้านลำโพงแล้วหมุนตัวเครื่องให้ลูกตุ้มออกมาทางปลายด้านเล็กดึงผ้าทำความสะอาดไป-มาหลายๆครั้งจนแห้งสนิท
4. ทำความสะอาดหลังเลิกใช้งาน
โดยใช้กระดาษซับนวม ซับนวมที่ชื้นออกให้แห้ง
ถ้าไม่มีกระดาษซับนวมอาจใช้กระดาษซับหน้ามันแทนชั่วคราวก่อนได้
ส่วนประกอบของอัลโต แซกโซโฟน

กำพวด (mouthpiece)
เครื่องลมไม้ที่จำเป็นต้องใช้ กำพวด สำหรับสร้างแรงสั่นสะเทือนให้เกิดเสียงได้แก่ เครื่องดนตรีในตระกูลคลาริเน็ตและแซกโซโฟน โดยในส่วนของกำพวดยังประกอบด้วยลิ้น(Reed) และปลอกรัดลิ้น (Ligature)
ลิ้น
ลิ้นที่ใช้กับเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ในกลุ่มปี่ลิ้นเดี่ยวซึ่งได้แก่เครื่องดนตรีใน ตระกูลคลาริเน็ต ความหนา-บางของลิ้นจะที่มีผลต่อการใช้กำลังลมที่ต่างกันอันเกิดจากความหนา-บางดังกล่าวแล้วโดยทั่วไปจะเรียกสภาพลิ้นว่าอ่อนหรือแข็งตามระดับความหนา-บางนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องมีหมายเลขบอกระดับความหนา-บางของลิ้นอาทิเช่น 1; 1½; 2; 2½; 3; 3½…..ตัวเลขยิ่งน้อย คือบางมาก หรืออักษรเช่น S; MS; M; MH; H ซึ่งหมายถึง บาง (Soft) บางปานกลาง (Medium Soft) ปานกลาง (Medium) หนาปานกลาง (Medium Hard)และหนา (Hard) เป็นต้น
ท่านั่งและท่ายืนที่ดีอาศัยธรรมชาติของร่างกายเป็นหลักและตำแหน่งเสียง
- ใบหน้าและกระดูกสันหลังอยู่ในลักษณะตรงแต่ไม่เกร็ง พยายามให้อยู่ในลักษณะที่เป็น ธรรมชาติมากที่สุด
- เมื่ออยู่ในท่านั่ง ฝ่าเท้าทั้งสองวางอยู่บนพื้น เมื่ออยู่ในท่ายืนน้ำหนักตั้งอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง
- ปรับสายคล้องคอให้ได้ระดับพอดี แต่ไม่ก้มหรือเงยเพื่อปรับระดับ
- อาจถือแซกโซโฟนไว้ด้านหน้าหรือด้านข้างขึ้นอยู่กับขนาดของแซกโซโฟนและขนาดของผู้เป่า
ท่าทางการเป่าเราจะเป่าแบบไหนก็ได้นะครับแล้วแต่เราถนัดนะครับ
ตำแหน่งเสียงต่างๆของอัลโต
การเตรียมตัวก่อนเป่าอัลโต แซกโซโฟน
1.นำลิ้นแซกโซโฟน อมไว้ในปากเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น
2.นำสายคล้องคอมาคล้อง และปรับให้ได้ขนาด
3.เตรียมกำพวด
ขั้นตอนการใส่ลิ้น
-
-
-
-
นำห่วงสายคล้องคอ เกี่ยวห่วงเครื่องดนตรี
การจรดปากเป่า
ตำแหน่งของกำพวดขณะเป่าที่แน่นอนนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ขนาดของ
กำพวด โครงสร้างของรูปหน้า แต่อย่างไรก็ตาม แซกโซโฟนทุกขนาดอาศัยพื้นฐานการวางปากที่
เหมือนกันเพียงแต่ปรับให้เข้ากับขนาดเล็กหรือใหญ่เท่านั้น สิ่งที่สำคัญก็คือ ตำแหน่งของกำพวด
ต้องอยู่ตรงกลางระหว่างมุมปากทั้งสอง เพราะกระแสลมที่เป่าจะตรงเข้าสู่กำพวดตรงกลางพอดี
ความลึกของการอมกำพวดแซกโซโฟนอาจจะวัดได้โดย เอากระดาษพิมพ์อย่างบางสอดเข้าไป
ระหว่างกำพวดและลิ้นแซกโซโฟนจนสุดด้วยความระมัดระวังเพราะอาจจะทำให้ลิ้นแตกได้ ใช้ดินสอ
จุดทำเครื่องหมายบริเวณที่กระดาษหยุด นั่นคือบริเวณที่จะอมกำพวด ใช้หัวแม่มือข้างใด ข้างหนึ่ง
จับไว้ที่จุดแล้วอมกำพวดจนจดที่จุดหัวแม่มือ ความลึกทั้งด้านบนของกำพวดและด้านล่างของลิ้น
เท่ากัน กล้ามเนื้อริมฝีปากรัดรอบกำพวดมุมปากทั้งสองข้างแนบแน่นอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด
กล้ามเนื้อริมฝีปากบนและล่างทำงานเป็นคู่ รวบรอบกำพวดอย่างเป็นธรรมชาติฟันบนเพียงแตะ
กำพวดเท่านั้น ไม่กัด สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือให้ใช้หูฟังเสียงที่เป่าว่าควรให้กำพวดลึกเพียงใด
เสียงถึงจะมีคุณภาพ
1.วางกำพวดเข้าไปในช่องปากลึกประมาณ 3/8 นิ้ว (จากระยะฟันบน)
2.ริมปากบนหุ้มฟัน โดยให้ฟันบนวางบนกำพวด
3.ริมฝีปากด้านล่างรองรับกำพวด โดยให้กำพวดตั้งบนริมฝีปาก
4.ริมฝีปากบนและล่างรวมกันในลักษณะห่อกำพวดไว้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
